ตอนนี้มีหลายสินค้าแบรนด์ใหม่เกิดขึ้นมาเยอะมาก และช่องทางออนไลน์ทำเว็บไซต์ ขายของก็ไม่ได้มีต้นทุนที่มากนัก ทำให้ธุรกิจหน้าใหม่สนใจอยากประหยัดค่าพื้นที่และค่าโฆษณาทําเว็บ e-commerceให้ได้มากขึ้น ถึงแม้ว่าราคายิง Ads จะสูงขึ้น แต่ถ้าเทียบกับการโฆษณาแบบยุคก่อนหน้านี้ บอกเลยว่าวิธีเหล่านี้คุ้มค่ากว่ามาก จะมาบอกวิธีการโปรโมทเบื้องต้นแบบไม่ยากว่า หากคุณเป็นแบรนด์สินค้าใหม่ จะเริ่มทำการโปรโมทอย่างไรให้มีคนรู้จัก  

แคมเปญสินค้าทดลอง

วิธีนี้เหมาะสำหรับแบรนด์ที่กำลังออกสินค้าใหม่ แต่สินค้ามีราคาค่อนข้างสูงหรือคนยังไม่กล้าใช้ เช่น เครื่องสำอางค์เคาน์เตอร์แบรนด์ อาหารเสริม  ก็เลือกที่จะแจก Sampling Holder ให้ได้ทดลองชิม ตามสถานที่สาธารณะต่างๆ อย่างบริเวณรถไฟฟ้า ห้างสรรพสินค้า หรือหน้าตึกออฟฟิศที่มีคนพลุกพล่าน วิธีที่เราแนะนำนี้ เป็นแบบเดียวกับที่แบรนด์ใหญ่ใช้งานกัน อย่างที่กล่าวไปข้างต้น แค่ปรับมาอยู่บนคอนเทนต์ออนไลน์ ทำให้ได้ยอดขายไม่ต่างกัน จากที่เห็นการทำตลาดส่วนใหญ่ จะเป็นการกรอกแบบฟอร์ม และให้ผู้ร่วมสนุกมารับสินค้าทดลองใช้ ที่หน้าเคาน์เตอร์หรือจัดส่งถึงบ้าน โดยวิธีนี้จะทำให้เราได้ข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าที่ให้ความสนใจ สามารถนำไปโฆษณาต่อได้อีกในอนาคต

รีวิวรับส่วนลด

เป็นอีกหนึ่งวิธีเบสิคที่แบรนด์ส่วนใหญ่ใช้งานกัน เพราะเป็นคอนเทนต์ที่ลูกค้าพูดเอง ซึ่งสร้างความเชื่อถือได้มากกว่าแบรนด์ออกมาพูดเอง แต่วิธีนี้จะติดตรงนี้ส่วนใหญ่กิจกรรมจะ Like & Share ทำให้การดึงดูดคนเข้ามาจะน้อย เพราะรู้ว่ามีการโฆษณา แต่สิ่งที่แบรนด์ได้คือกระตุ้นให้เกิดการซื้อซ้ำอีกครั้งหนึ่ง จากที่เห็นการใช้งานส่วนใหญ่จะเป็นพวกแบรนด์เสื้อผ้า หรือห้างสรรพสินค้าที่ชอบแนบส่วนลดท้ายใบเสร็จว่า หากซื้อครั้งถัดไปจะได้ส่วนลดจากปกติกี่ % ก็ว่าไป

กิจกรรมสุ่มแจก

วิธีนี้ส่วนใหญ่จะอยู่บน Twitter ที่เหล่า Micro Influencer ใช้ในการโปรโมทช่องทางรับทำเว็บไซต์ขายสินค้า ของตนเอง เช่น สุ่มแจกลิปสติก 5 แท่งแค่กดติดตามเท่านั้น ซึ่งจากที่สังเกต จะเห็นว่าแบรนด์เหล่านี้มียอดฟอลโลว์ทะลุ 5,000 บัญชีขึ้นไปทั้งนั้น เเละยังทำให้มีคนติดตาม Twitter แบรนด์ของเรามากขึ้นอีกด้วย ส่วนใหญ่จะเห็นได้เยอะกับสาย Beauty Blogger เพราะส่งต่อกันเร็ว แต่ถ้าช่องทาง Facebook จะเป็นกลุ่ม Food Blogger ที่เน้นแจกบัตรกำนัลอาหารซะมากกว่า

คอนเทนต์เกม

ด้านบนเป็นกิจกรรมการแจกกันหมดแล้ว มาดูวิธีการดึงดูดกันบ้าง นั่นคือการใช้ Content Creative เข้ามาช่วยเสริม ซึ่งเป้าหมายของคอนเทนต์แนวนี้คือการสร้าง Engagement นั่นแสดงว่ากลุ่มเป้าหมายของคุณกล้าที่จะเข้ามาสร้างบทบาทในช่องทางของเรา ซึ่งคอนเทนต์เกมจะดึงดูดง่ายที่สุด เช่น ฉายาของคุณเมื่อช็อปออนไลน์ โดยใช้เกณฑ์ออกแนวดวงนิดๆ คือ ดูจากวันที่เกิด หรือเลขสุดท้ายเบอร์โทรศัพท์

ยิง Ads รัวๆ

ในเมื่อเราทำมาทั้งหมดด้านบนแล้ว มาถึงการโปรโมทพื้นฐานที่ได้ใช้แน่นอนนั่นก็คือการ ยิงแอดโฆษณา หลายคนเลือกที่จะประหยัดวิธีนี้ แต่บางคนก็มองว่าป็นเครื่องทุ่นแรงที่ดีที่สุด วิธีนี้อยากให้มองว่าเป็นสปริงสำหรับทุกกิจกรรมด้านบนให้ออกมาสมบูรณ์กว่าเดิมมากกว่า จะมีงบเท่าไหร่ขึ้นอยู่กับแต่ละคน หากมีกำลังทรัพย์มากขึ้นและอยากให้ได้ผลมากขึ้น สามารถจ้าง Media Bidable ในการตั้งค่าบูสต์เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพได้มากที่สุด (มากกว่าการที่เรามาทำเอง) จริงๆ แล้วรูปแบบการโฆษณาเหล่านี้ไม่ได้มีวิธีตายตัวมากขนาดนั้น ต้องมองให้ออกก่อนว่า กลุ่มลูกค้าของคุณคือใคร สินค้าประเภทไหน และเจาะตลาดพื้นที่ใด หรือจะลองใช้วิธีคิดของ Buyer Persona เพื่อให้เราเข้าใจกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น ยิ่งเราเข้าใจพวกเขาได้ตรงจุดเท่าไหร่ การใช้เงินไปกับการคลำทางหากลยุทธ์ที่เหมาะสมก็น้อยลง ทั้งประหยัดงบการตลาดทำเว็บไซต์ e-commerce และยังได้ประสิทธิภาพที่ดีขึ้นด้วย   ที่มา : thumbsup.in.th